Sunday, 26 April 2015

การเงิน - เรื่องใกล้ตัว (7 - เข้าใจการลงทุนในหุ้น)



ได้มีโอกาสอ่านหนังสือ Mad Money Journey: A Financial Adventure ของ Mehrab Irani ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่อง หลักการและแนวทางการจัดการ “เงิน” ที่เป็นประโยชน์ จึงขอสรุปไว้ แต่หากอ่านจากต้นฉบับก็น่าจะได้ข้อคิดมากกว่าแน่นอน

Mad Money Journey: A Financial Adventure
Published by Jaico Publishing House
A-2 Jash Chambers, 7-A Sir Phirozshah Metha Road
Fort, Mumbai - 400 001
© Mehrab Irani
MAD MONEY JOURNEY
ISBN 978-81-8495-577-4

เรื่องก็มีอยู่ว่า นายแพทย์ผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานคนหนึ่ง แต่กลับล้มเหลวทางการเงินสุด ๆ จากการซื้อบ้านและรถแพง ๆ การลงทุนในทรัพย์สินที่ไม่สร้างรายได้ และการขาดทุนจากการเก็งกำไรหุ้น จนพยายามจะฆ่าตัวตาย แต่ก็ไม่สำเร็จ ด้วยโชคชะตาจึงนำพาให้คนที่ช่วยนายแพทย์คนนี้จากการฆ่าตัวตายคือ เพื่อนเก่าสมัยประถมที่ต้องออกจากโรงเรียนไปเพราะไม่สามารถสอบเลื่อนชั้นได้ เพื่อนคนนี้ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของกิจการผู้ประสบความสำเร็จ และได้ออกทุนส่งนายแพทย์คนนี้ไปพบกับบุคคลต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการและแนวทางการบริหารเงินจากชีวิตจริงของคนเหล่านี้ แน่นอน คนเหล่านี้คือ กลุ่มคนที่เพื่อนคนนี้ได้เคยช่วยให้พ้นจาก “การเป็นทาสของเงิน” และกลับมาเป็น “เจ้านายของเงิน” เหมือนที่กำลังช่วยนายแพทย์คนนี้

หมายเหตุ - เนื่องจากเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นในบริบทของอินเดียเป็นหลัก ข้อมูลบางอย่างจึงอาจไม่ตรงในบริบทประเทศไทย

จุดหมายที่ 7 - นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา -- บทเรียนที่ 7 - เข้าใจการลงทุนในหุ้น
                - การลงทุนในหุ้นในใจเย็น ควรลงทุนในหุ้นของบริษัทที่พื้นฐานดีคือ ธุรกิจมีอนาคต การบริหารจัดการดี และผลประกอบการดี และควรคำนึงถึงอัตราเงินปันผลด้วยเพราะเป็นกระแสรายได้ที่เกิดขึ้นระหว่างถือครองหุ้น
                - ต้องเข้าใจว่า ราคาของหุ้นควรจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท ไม่ใช่การเก็งกำไร (แม้การเก็งกำไรจะทำให้ราคาสูงขึ้นได้ แต่ก็ไม่ยั่งยืน ราคาจะกลับลงมาที่จุดสมดุลหรือจุดสมเหตุสมผลเสมอ เว้นบางกรณีที่มีการปั่นหุ้นกันข้ามปี)
                - ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาหุ้น 5 ประการ ได้แก่ (1) เศรษฐกิจมหภาค (เศรษฐกิจดี ราคาหุ้นขึ้น) (2) สภาพตลาดการเงิน (ดอกเบี้ยสูง ราคาหุ้นตก) (3) พื้นฐานบริษัท (ผลประกอบการ ความสามารถในการทำกำไรจากธุรกิจ ฯลฯ ดี ราคาหุ้นขึ้น)
(4) ปัจจัยทางเทคนิค (ใช้ช่วยกำหนดจุดเข้าซื้อ-ขาย) และ (5) ปัจจัยทางจิตวิทยา (การกระทำของฝูงชนโดยเฉพาะในสภาวะตื่นตระหนกจากการรับข่าวสาร - ซื้อเมื่อฝูงชนขาย ขายเมื่อฝูงชนซื้ออย่างบ้าคลั่ง) ทั้งนี้ ต้องปัจจัยเหล่านี้ประกอบกัน
                - ต้องเข้าใจวัฏจักรเศรษฐกิจและธุรกิจ เช่น ดอกเบี้ยลง พันธบัตรขึ้น ตามด้วยหุ้นขาขึ้น ปิดด้วยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับขึ้น (หุ้งลง)
                - การลงทุนในหุ้นที่ศึกษาดีแล้วว่าพื้นฐานดีในระยะยาวมีความเสี่ยงไม่มากนัก แม้ในระยะสั้นจะต้องเผชิญกับความผันผวนของราคา
                - แยกแยะระหว่างการลงทุนกับการเก็งกำไร การลงทุนเน้นมูลค่า ในขณะที่การเก็งกำไรเน้นราคา

ติดตามต่อ - จุดหมายที่ 8 - กรุงลอนดอน อังกฤษ -- บทเรียนที่ 8 - คุณค่าที่แท้จริงของอสังหาฯ

* * * * * * * * * * *

การเงิน - เรื่องใกล้ตัว (6 - การลงทุนในทรัพย์สินเพื่อเก็งกำไรจากการขาย)



ได้มีโอกาสอ่านหนังสือ Mad Money Journey: A Financial Adventure ของ Mehrab Irani ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่อง หลักการและแนวทางการจัดการ “เงิน” ที่เป็นประโยชน์ จึงขอสรุปไว้ แต่หากอ่านจากต้นฉบับก็น่าจะได้ข้อคิดมากกว่าแน่นอน

Mad Money Journey: A Financial Adventure
Published by Jaico Publishing House
A-2 Jash Chambers, 7-A Sir Phirozshah Metha Road
Fort, Mumbai - 400 001
© Mehrab Irani
MAD MONEY JOURNEY
ISBN 978-81-8495-577-4

เรื่องก็มีอยู่ว่า นายแพทย์ผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานคนหนึ่ง แต่กลับล้มเหลวทางการเงินสุด ๆ จากการซื้อบ้านและรถแพง ๆ การลงทุนในทรัพย์สินที่ไม่สร้างรายได้ และการขาดทุนจากการเก็งกำไรหุ้น จนพยายามจะฆ่าตัวตาย แต่ก็ไม่สำเร็จ ด้วยโชคชะตาจึงนำพาให้คนที่ช่วยนายแพทย์คนนี้จากการฆ่าตัวตายคือ เพื่อนเก่าสมัยประถมที่ต้องออกจากโรงเรียนไปเพราะไม่สามารถสอบเลื่อนชั้นได้ เพื่อนคนนี้ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของกิจการผู้ประสบความสำเร็จ และได้ออกทุนส่งนายแพทย์คนนี้ไปพบกับบุคคลต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการและแนวทางการบริหารเงินจากชีวิตจริงของคนเหล่านี้ แน่นอน คนเหล่านี้คือ กลุ่มคนที่เพื่อนคนนี้ได้เคยช่วยให้พ้นจาก “การเป็นทาสของเงิน” และกลับมาเป็น “เจ้านายของเงิน” เหมือนที่กำลังช่วยนายแพทย์คนนี้

หมายเหตุ - เนื่องจากเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นในบริบทของอินเดียเป็นหลัก ข้อมูลบางอย่างจึงอาจไม่ตรงในบริบทประเทศไทย


จุดหมายที่ 6 - โจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ -- บทเรียนที่ 6 - การลงทุนในทรัพย์สินเพื่อเก็งกำไรจากการขาย
                - การลงทุนสร้างรายได้ 2 ประเภทคือ (1) กระแสรายได้ (รายได้ที่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดอายุของทรัพย์สิน เช่น เงินปันผล ดอกเบี้ย และค่าเช่า แต่ถ้าบริษัทผลประกอบการไม่ดีหรือจะขยายธุรกิจก็อาจจะไม่จ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น) และ (2) กำไรจากการขาย (รายได้ที่มาแบบครั้งเดียวจบ)
                - ทรัพย์สินที่สร้างเพียงกำไรจากการขาย เช่น ทองคำ เงินตรา งานศิลปะ วัตถุโบราณ ถือเป็นทรัพย์สินที่ซื้อลงทุนเพื่อเก็งกำไร ซึ่งจะสร้างรายรับเมื่อขายที่ราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อ และยังต้องคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการถือครอง ดูแลรักษา ฯลฯ (ปัจจุบันไม่ต้องถือทองเองแล้ว จึงน่าจะมีค่าใช้จ่ายน้อยลง) การลงทุนในทรัพย์สินประเภทนี้จึงสร้างความเครียดอย่างมากและส่วนใหญ่มักจะสภาพคล่องต่ำ
                - ทรัพย์สินที่สร้างกระแสรายได้จะสร้างรายรับให้ผู้ลงทุนตลอดระยะการถือครอง และในท้ายที่สุดก็ยังสามารถขายทรัพย์สินนั้นในเวลาที่เหมาะสมเพื่อรับรู้กำไรจากการขาย ซึ่งมีโอกาสทำกำไรสูงเพราะทรัพย์สินที่สามารถสร้างกระแสรายได้ที่ดีมักมีพื้นฐานที่ดีและมักมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป อีกทั้ง กระแสรายได้ที่ได้รับตลอดระยะเวลาการถือครองยังช่วยรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการถือครองทรัพย์สินนั้นด้วย
                - ราคาทองคำมีขึ้นมีลง โดยขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (เงินแข็งทองถูก เงินอ่อนทองแพง) อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ (ดอกเบี้ยต่ำทองแพง ดอกเบี้ยสูงทองถูก) และราคาทองคำยังขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างดอลลาร์สหรัฐและเงินสกุลที่ใช้ซื้อทอง เช่น บาท (บาทแข็งทองในไทยถูกลง บาทอ่อนทองในไทยแพงขึ้น)
                 - เราสามารถเลือกลงทุนในทรัพย์สินเพื่อเก็งกำไรได้ แต่ไม่ควรมากเกินไป (คำนึงถึงระดับความเสี่ยงที่ตนรับได้และสภาพคล่องของตน) และต้องรู้ถึงวัฏจักรราคาของทรัพย์สินนั้นเพื่อที่จะได้สามารถซื้อในราคาต่ำและขายในราคาสูง

ติดตามต่อ - จุดหมายที่ 7 - นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา -- บทเรียนที่ 7 - เข้าใจการลงทุนในหุ้น

* * * * * * * * * * *